หมากฝรั่งช่วยลดน้ำหนัก


James Levine และทีมงานวิจัย The Mayo Clinic ประเทศอังกฤษ ได้คำนวณแคลอรีที่เสียไปขณะเคี้ยวหมากฝรั่งนาน 1 ชม. จะใช้พลังงานไป 11 แคลอรี ซึ่งอาจจะดูเหมือนไม่มากนัก แต่ถ้าในระยะเวลา 1 ปี ผู้ที่เคี้ยวหมากฝรั่งในชั่วโมงทำงานทุกวันโดยไม่เปลี่ยนแปลง จะใช้พลังงานซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 11 ปอนด์


edit @ 3 Jun 2009 07:16:20 by miximum

 

ดื่มนมขณะเป็นหวัดจะยิ่งทำให้คัดจมูก

 


ในปี 2533 นักวิจัยชาวออสเตรเลียศึกษาโดยให้อาสาสมัครจำนวน 60 คน ติดเชื้อไวรัสในระบบหายใจ  จากนั้นบันทึกการดื่มนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม  แล้วเก็บวัดปริมาณน้ำมูก พบว่าผู้ที่ดื่มนมไม่มีปริมาณน้ำมูกหรือคัดจมูกมากกว่า  แต่ในผู้ที่มีอาการไอร่วมด้วย พบว่าร้อยละ 5 ของผู้ที่ดื่มนม และกินเนยมาก มีเสมหะน้อยกว่า

edit @ 3 Jun 2009 07:17:28 by miximum

edit @ 3 Jun 2009 07:17:41 by miximum

 

โรคภูมิแพ้กับการดื่มนมวัว

 

ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ควรดื่มนมวัว หรือ รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ดัดแปลงจากนมวัว แต่ควรรับประทานนมจากถั่วเหลืองเท่านั้น ซึ่งเด็กที่ดื่มนมถั่วเหลืองจะสูงมาก และมีพัฒนาการที่เร็ว

หญิงมีครรภ์หรือหญิงที่คลอดลูกใหม่ๆไม่ควรดื่มนมวัวอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าในนมวัวจะมีสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2ไนอาซิน  แต่ปริมาณสารอาหารเหล่านั้นไม่ได้มีมากเพียงพอ

ในนมมีแคลเซียมเพียง 118 มก. (ต่อ 100 กรัม) ในขณะที่กุ้งแห้งเพียง 1 ช้อนชา ให้แคลเซียมถึง 345 มก.

นอกจากนี้ โปรตีนในนมยังเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก และกรดไขมันอิ่มตัวสูง ร่างกายไม่สามารถย่อยได้หมด  เมื่อตกมาถึงลำไส้เล็กตอนบนมันจะบูดเน่าขึ้น ซึ่งมันจะไปสะสมอยู่ในตับ ไต และ ลำไส้ใหญ่ เกิดสารพิษกลายเป็นสารก่ออนุมูลอิสระต้นตอของการเกิดมะเร็ง

การบริโภคนมนั้น ยังส่งผลต่อต่อมและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสืบพันธุ์ เนื่องจากเป็นตัวการร้ายของการเกิดซีสต์ เนื้องอก และกลายเป็นมะเร็งในที่สุด และ กรดไขมันอิ่มตัวในนมอาจจะไปสะสมในไตและถุงน้ำดี ทำให้เป็นนิ่วได้อีกด้วย

ปัญหาต่างๆที่เกิดจากนมที่พบได้บ่อยนั้น คือ การสะสมของไขมันในต่อมลูกหมาก ตะคริว ท้องร่วง การแพ้ในรูปแบบต่างๆทำให้เกิดโลหิตจางที่ขาดธาตุเหล็กในเด็ก เส้นเลือดแข็งตัว โรคหลอดเลือด หัวใจ โรคไขข้อ และ นมยังสามารถดักจับสารทาร์ในบุหรี่ ช่วยเร่งการเป็นมะเร็งในปอดอีกด้วย

edit @ 3 Jun 2009 07:27:28 by miximum

 

โรคในปัจจุบันที่มักเป็นกันมาก


โรคโลหิตจาง

ควรรับประทานวิตามนบี 12 มากๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ได้แก่ นม เนยแข็ง ปลาชนิดต่างๆ และเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ

 

โรคผิวหนังอักเสบ โรคนอนไม่หลับ โรคขนร่วง

หมั่นรับประทานอาหารที่มีไบโอตินมากๆ แหล่งอาหารที่มีไบโอตินมาก ได้แก่ ตับ ถั่ว ยีสต์

 

โรคโลหิตจาง โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ โรคตะคริว โรคผิวหนังอักเสบ

ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง จะช่วยต้านโรคดังกล่าวได้แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง ได้แก่ ข้าวโพด นม ถั่วเหลือง ไข่ ปลา ข้าวสาลี

 

โรคเหน็บชา โรคอาการประสาท(ฉุนเฉียวง่าย)

ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 ได้แก่ ถั่วลิสง ตับ ถั่วหมัก กระเทียม เต้าหู้ ข้าวซ้อมมือ รำข้าว

 

โรคกระดูกอ่อน

ควรรับประทานวิตามินดีเป็นประจำ เนื่องจากวิตามินดีมีหน้าที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสแหล่งอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี ได้แก่ เห็ดหอม ตับ ปลาทูน่า ปลาแห้งต่างๆ

 

โรคผิวหนังหยาบกร้าน

หมั่นรับประทาน ไข่ นม เนย ตับสัตว์ มะละกอ มะเขือเทศ ข้าวโพดอ่อน ถั่วงอก อาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดชื่น ไม่แห้งกร้าน

 

โรคสมอง(ในเด็ก)

หมั่นรับประทานวิตามินเค จะทำให้เลือดแข็งตัวได้ดีหากเกิดบาดแผลแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเค ได้แก่ ตับ เนย ผักชีฝรั่ง สาหร่ายทะเล กะหล่ำปลี โสม ผักบุ้ง ถั่วหมัก

 

โรคนิ่ว

สามารถต้านโรคนิ่วด้วยการรับประทานรำข้าวเป็นประจำ เนื่องจากในรำข้าวมีโปรตีนที่จะช่วยลดการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้

หากไม่สะดวกในการรับประทานรำข้าวละเอียด ควรนำมาดัดแปลงเป็นขนม หมั่นรับประทานข้าวซ้อมมือเสมอๆก็จะช่วยต้านโรคนิ่วได้

 

โรคเบื่ออาหาร

อาหารที่สามารถขจัดโรคนี้ได้อย่างดีที่สุด ได้แก่ ไข่ อาหารทะเล ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว ตำลึง ผักบุ้ง ฟักทอง ถั่วงอก เนย และเนื้อสัตว์ต่างๆ

รับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ มักกะโรนี

ผลไม้ที่ช่วยแก้อาการเบื่ออาหารได้ดี คือ มะละกอ ส้ม สัปปะรด มะเขือเทศ กล้วย

 

โรคไร้เรี่ยวแรง

คนที่ไม่ค่อยมีกำลังวังชา หรือเพิ่งฟื้นฟูจากผ่าตัด หรือฟื้นจากอาการเจ็บป่วย จะสามารถมีเรี่ยวแรงกระปรี้กระเปร่าได้ด้วยการกินตำลึง ผักบุ้ง ผักคะน้า ไข่แดง เนื้อวัว และฟักเขียว

 

โรคปวดท้อง

อาการปวดท้องที่มีเป็นประจำเรื้อรังจนเสมือนโรคประจำตัวนั้น สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานผลไม้สดมากๆ และผักสดทุกชนิด เป็นประจำสม่ำเสมอ

 

 

 

เลิกย้วยด้วยท่าเด็ด

posted on 02 Jun 2009 09:24 by miximum  in Weight-Loss

 

เลิกย้วยด้วยท่าเด็ด


ผู้หญิงสามารถที่จะมีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงสมส่วนด้วยการยกน้ำหนักได้เช่นกัน บางคนอาจเข้าใจผิด คิดว่าการเล่นเวทหรือยกดัมเบลล์จะทำให้กล้ามดูใหญ่ ถ้ารู้จักเล่นให้เหมาะสมกับสรีระของร่างกายจะทำให้เรามีรูปร่างที่เฟิร์ม มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยดูเซ็กซี่ และไร้ไขมันส่วนเกินได้เช่นกัน  ลองเริ่มเล่นกันแบบซอล์ฟๆ ตามท่าต่างๆดังนี้

 

ท่าที่ 1 Flat Bench Dumbbell Flyes

 

ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกและต้นแขนด้านใน ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อแขนแน่นกระชับ ช่วยให้หน้าอกไม่คล้อย

นอนหงายบนเตียงออกกำลัง หาดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะมือ ค่อยๆออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก

ยกดัมเบลล์ออกไปทางด้านข้างให้ห่างจากลำตัวแต่ในระดับที่เท่ากัน

ยกดัมเบลล์ออกไปทางด้านข้างลำตัว งอข้อศอกเล็กน้อย

ยกมือที่ถือดัมเบลล์ขึ้น (จะรู้สึกเหมือนกำลังหิ้วของที่หนักๆ) ค้างไว้สักครู่

ค่อยๆกลับสู่ท่าเดิม

ทำ 10-12 ครั้ง / เซ็ท

 

ท่าที่ 2 Decline Side Crunches

 

ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แน่นเปรี๊ยะ

นอนหงายบนเตียงออกกำลัง  ค่อยๆยกขาขึ้นให้ลอยจากพื้นให้สูง โดยพยายามออกแรงเกร็งบริเวณหน้าท้อง  เพื่อเป็นตัวช่วยส่งให้ยกขาได้สูงขึ้น

งอเข่าเล็กน้อย โดยที่ยังเกร็งหน้าท้องอยู่

ทำค้างไว้สักครู่ ค่อยๆคลายกล้ามเนื้อและปล่อยขาลงสู่พื้น พร้อมกับหายใจออกอย่างช้าๆเพื่อกลับสู่ท่าเดิม

ทำ 10-12 ครั้ง / เซ็ท

 

 

ท่าที่ 3 Lunge

 

ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและก้นให้กระชับ

ถือดัมเบลล์ไว้ในมือทั้งสองข้างให้อยู่ในระดับเดียวกับเอว

เริ่มจากการบริหารต้นขาและก้นขวาก่อน ด้วยการก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้าพอประมาณ

ค่อยๆย่อตัวลง ( ลำตัวตั้งตรงทำมุม 90 องศา) จนกระทั่งน่องขวาอยู่ในแนวขนานกับพื้น

เกร็งหน้าท้องและค้างไว้

ถอยเท้าขวากลับมาอยู่ท่าเดิม พร้อมกับหายใจออก

ทำ 10-12 ครั้ง/เซ็ท

สลับไปทำต้นขาซ้ายและก้นซ้ายเป็นลำดับต่อไป

 

 

ท่าที่ 4 Standing Calf Raise

ท่าบริหารกล้ามเนื้อน่อง

ยืนอยู่บนขั้นบันได หรือบนแท่นที่ยกสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ให้ปลายเท้าลงไปแตะกับพื้น

ใช้แขนทั้งสองข้างหาที่จับยึดไว้ เพื่อป้องกันการล้ม

ค่อยๆยกส้นเท้าขึ้น (เหมือนท่ายืนเขย่ง)

ทำ 10-12 ครั้ง / เซ็ท น่องจะสวยได้รูป